จีน กับการจัดโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 2022

หากเอ่ยถึงประเทศที่สมควรเป็นเจ้าภาพในการจัดโอลิมปิกฤดูหนาว หลาย ๆ คน คงจะจินตนาการไปถึงประเทศที่เชี่ยวชาญกีฬาเมืองหนาว และปกคลุมไปด้วยหิมะ อย่างประเทศแคนาดา สวีเดน นอร์เวย์ หรือแถบอเมริกาเหนือ รวมไปถึงรัสเซีย แต่ใครจะไปเชื่อว่าเจ้าภาพการจัดโอลิมปิกฤดูหนาวที่คว้าตำแหน่งการเป็นเจ้าภาพไปครองแบบม้านอกสายตา เหนือความคาดหมายของคนที่ติดตามข่าวการกีฬาเมืองหนาวก็คือ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เพื่อนบ้านของไทยไม่ใกล้ไม่ไกลเราเลยสักนิด

จีนกับความมุ่งมั่นไปสู่แถวหน้าของโลกจากการจัดโอลิมปิก

แม้ว่าประเทศจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงปักกิ่งที่เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2022 จะไม่มีหิมะธรรมชาติเลย แต่เหตุผลที่นานาชาติต่างเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศจีนก็คือการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของจีนในช่วงเวลาที่ผ่านมา เริ่มต้นจากการเป็นประเทศที่มีพื้นที่และประชากรมากที่สุดในโลก จากประเทศกำลังพัฒนาเมื่อหลายปีที่แล้ว แต่มาวันนี้จีนกลับมาเป็นแถวหน้าของโลกจนสามารถต่อกรกับยักษ์ใหญ่ของโลกอย่างอเมริกาได้ นอกจากนี้ โอลิมปิกครั้งที่ผ่านมา จีนเองก็ยังพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มีสิ่งใดเกินความสามารถของจีนไปได้เลย

การทุ่มทุนสร้างของจีนกับโอลิมปิกฤดูหนาว

หลายคน เมื่ออ่านมาจนถึงตรงนี้แล้ว เริ่มสงสัยกันใช่ไหมว่าในเมื่อกรุงปักกิ่งไม่มีหิมะธรรมชาติ แล้วทางจีนซึ่งเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว มีการแก้ไขปัญหาเรื่องสนามแข่งขันกีฬาเมืองหนาวอย่างไร แท้ที่จริงแล้วจีนมีการเตรียมการเรื่องการแข่งขันกีฬาเมืองหนาวไว้หลายด้านเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการที่กรุงปักกิ่งร่วมมือกับนครจังจยาโข่ว ซึ่งมีสถานที่ในการแข่งขันกีฬาฤดูหนาว เช่น สนามสกีรีสอร์ทและลานน้ำแข็งอยู่แล้ว จากการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี 2008 นอกจากนี้ยังมีการดึงน้ำจากตอนใต้ของจีนมายังตอนเหนือของจีน เพื่อใช้น้ำ ปัจจัยสำคัญในการทำลานน้ำแข็ง สนามแข่งขันกีฬาหลายชนิดของโอลิมปิกฤดูหนาวนั่นเอง นครจังจยาโข่ว อยู่ใกล้กับมองโกเลีย แต่แม้ว่าจะเป็นพื้นที่ซึ่งมีหิมะตกของจีนก็ตาม อย่างไรก็ดีหิมะก็ไม่เพียงพอ ทำให้ต้องสร้างหิมะเทียม

นอกจากจะทุ่มทุนสร้างกับสนามการแข่งขันแล้ว ประเทศจีนยังลงทุนเรื่องการขนส่งสาธารณะระหว่างกรุงปักกิ่งกับนครจังจยาโข่ว โดยสร้างรถไฟความเร็วสูง ร่นระยะการเดินทางให้เหลือเพียง 50 นาทีเท่านั้น จัดเป็นการลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาล ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองว่า หลังจากจบการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวในครั้งนี้แล้ว ประเทศจีนจะเจ็บปวดหรือมีปัญหาทางเศรษฐกิจเหมือนกับประเทศกรีซที่ประสบภาวะล้มเหลวทางเศรษฐกิจจากการจัดโอลิมปิกหรือไม่

ในฐานะคนนอกอย่างไทยเรา สิ่งที่ทำได้มีแค่เพียงการจับตามองว่าหนทางการจัดโอลิมปิกฤดูหนาวของจีนจะเป็นอย่างไร รวมทั้งจับตามองการคัดตัวนักกีฬาฤดูหนาวทีมชาติไทยเพื่อส่งไปชิงชัยในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2022 นี้ ส่วนการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวของไทย คงเป็นฝันที่ไกลเกินเอื้อม เพราะเราไม่มีทั้งหิมะ ไม่มีทั้งเม็ดเงินลงทุนมหาศาลอย่างประเทศจีนนั่นเอง

กีฬาเมืองหนาว บทบาทของนักกีฬาไทยบนเวทีโลก

กีฬาเมืองหนาว หากเอ่ยเช่นนี้ หลาย ๆ คนคงจะจินตนาการไปถึงสกี สโนว์บอร์ด สเก็ตน้ำแข็ง ซึ่งแน่นอนว่าการแข่งขันกีฬาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ใช้สถานที่ซึ่งหนาวเย็น หรือมีหิมะแทบทั้งสิ้น ซึ่งหากเราถามกับคนไทยหลาย ๆ คนว่า คิดอย่างไรกับการที่นักกีฬาไทยแข่งกีฬาฤดูหนาว ร้อยทั้งร้อยคงจะส่ายหน้าแล้วบอกว่า คนไทยอย่างเรา จะอย่างไรก็ไม่มีสิทธิ์สู้ชาวเมืองหนาวที่เติบโตในต่างประเทศ เติบโตท่ามกลางน้ำแข็งและหิมะ พร้อมกับสภาพอากาศอันเย็นเฉียบไปได้ แต่ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน แม้คนไทยอย่างเราจะเกิดในเมืองร้อนก็ตามที แต่ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ ก็ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งกันกีฬาเมืองหนาว หรือโอลิมปิกฤดูหนาวได้

นักกีฬาไทย กับการยืนหยัดต่อสู้บนเวทีกีฬาเมืองหนาวของโลก

หากว่าเอ่ยลอย ๆ โดยไม่มีหลักฐานยืนยัน คงไม่มีใครเชื่อว่าไทยเราก็ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวได้ ดังนั้นเราเลยขอนำข้อมูลมายืนยันว่า การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ครั้งที่ 23 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2018 มีนักกีฬาไทยเลื่องชื่อฝีมือฉกาจเข้าร่วมแข่งขันด้วยกันถึงสี่คน ได้แก่ นิโกลา ซานอน, อเล็กเซีย อริษรา เชนเคล, มาร์ค จันเหลือง และคาเรน จันเหลือง ทั้งสี่คนนี้เอง ที่ได้เป็นตัวแทนของคนไทย เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของคนไทยในเวทีโลก

คุณล่ะ สนใจในกีฬาเมืองหนาว มากน้อยแค่ไหน

กีฬาเมืองหนาว อาจจะเป็นกีฬาที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่มีอารมณ์ร่วมสักเท่าใดนัก ด้วยเหตุผลที่ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ในเขตร้อน คนไทยเติบโตมากับสภาพอากาศร้อน ฝน และหนาวบ้างเป็นบางวัน จึงไม่น่าแปลกใจที่หลาย ๆ คนจะไม่สนใจกับเรื่องราวของกีฬาเมืองหนาวสักเท่าใดนัก หรือบางคนอาจจะไม่สนุกกับการดูกีฬาเมืองหนาว กล่าวอย่างง่ายก็คือ หลาย ๆ คน “ไม่อิน” กับการดูการแข่งขันสกี สโนว์บอร์ดหรือไอซ์สเก็ตนั่นเอง

กีฬาเมืองหนาว เส้นทางนักกีฬาไทยจะไปรุ่งได้ไหมบนเวทีโลก

หากพิจารณาดูให้ดีแล้ว การที่นักกีฬาไทยจะก้าวไกลไปบนเวทีโลกค่อนข้างยาก เหตุผลแรกคือพื้นที่ในประเทศไทย ไม่มีสถานที่เอื้อให้ฝึกซ้อม ไม่มีหิมะตกหรือสถานที่ซึ่งพอจะเล่นสกีได้ หากเราสังเกตนักกีฬาที่เข้าแข่งขันในกีฬาเมืองหนาวของประเทศไทย จะพบว่าเป็นนักกีฬาที่มีเชื้อชาติผสมผสานกันระหว่างความเป็นตะวันตกและตะวันออก หาที่จะเป็นไทยแท้ได้ยาก แต่ถึงอย่างไรก็ดี ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ นายกสมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย หนึ่งในโต้โผของการผลักดันนักกีฬาเมืองหนาวไทยไปเวทีโลกก็มีส่วนช่วยในการผลักกันนักกีฬา เรียกว่านักกีฬาเมืองหนาวของไทยไม่ว้าเหว่อย่างที่คิด

หลายคนเมื่ออ่านมาจนถึงตอนนี้แล้ว คงทึ่งใช่ไหมว่า นักกีฬาไทยเราก็เก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก สามารถก้าวข้ามอุปสรรคของสภาพอากาศ สลัดความเคยชินกับอากาศร้อนของไทย มุ่งมั่นและฝ่าฟันจนไปยังเวทีโอลิมปิกฤดูหนาวได้ในที่สุด

ลูจ กีฬาท้าความเป็นความตายบนเส้นทางสายน้ำแข็ง

หากเอ่ยชื่อกีฬาลูจ คนไทยร้อยทั้งร้อยแทบจะไม่รู้จักกันเลยทีเดียว สำหรับกีฬาลูจเองก็เป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาเมืองหนาวที่ได้รับการบรรจุเป็นกีฬาที่แข่งขันในโอลิมปิกฤดูหนาว โดยกีฬาเมืองหนาว แม้จะมีหลายชนิด แต่ชนิดที่ท้าความเป็นความตายมากที่สุด ชนิดที่ว่าคนดูเองก็อดที่จะหวาดเสียวไปไม่ได้ก็คงหนีไปไม่พ้นกีฬาเมืองหนาว…ลูจ นั่นเอง หากใครที่ต้องการรู้จักกีฬาลูจให้มากกว่านี้ การศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับลูจ อาจจะทำให้ดูกีฬาชนิดนี้สนุกกว่าเดิมก็ได้

ความเร็วท้าประลองบนเส้นทางที่เหน็บหนาว

เมื่อมองเผิน ๆ คนก็คงจะเห็นว่าลูจ คือกีฬาฤดูหนาวที่มีเลื่อนคันเล็ก ๆ คันหนึ่ง ไหลไปตามแรงดึงดูดของโลก โดยเส้นทางที่เลื่อนจะไถลไปเรื่อย ๆ ก็คือทางลาดน้ำแข็งที่จัดเตรียมเอาไว้ หากดูจากโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งล่าสุดที่เมืองซองพยาง หลายคนก็จะเห็นว่าเส้นทางเสี่ยงตายไม่น้อยเลยทีเดียว โดยนักกีฬาจะเริ่มต้นไถลเลื่อนไปตามรางระยะทางหนึ่งไมล์ ซึ่งคนไทยไม่คุ้นเคยกับการวัดระยะทางเป็นไมล์ แต่หากเปรียบเทียบว่าเป็นความสูงราวตึกสามชั้น หลายคนคงต้องร้องอ๋อ แล้วเชื่อหรือไม่ว่าความเร็วของลูจที่แล่นไปบนรางน้ำแข็งนี้ บางครั้งเร็วถึง 100 ไมล์/ชั่วโมง สิ่งที่จะทำให้นักกีฬาเอาชนะในเกมได้ก็คือการสไลด์เลื่อนให้เร็วกว่าผู้เข้าแข่งขันคนอื่น และยังคงอยู่ในรางเลื่อนโดยไม่ไถลออกไป แน่นอนว่าหากจะเป็นผู้ชนะในเกม รถลูจกับนักกีฬาจะต้องผสานกันเป็นหนึ่งเดียว ราวกับรถลูจเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ของนักกีฬาก็ว่าได้ การพัฒนา ออกแบบ และปรับปรุงรถลูจให้เข้ากับสรีระของนักกีฬาก็จัดได้ว่าเป็นโจทย์ยากอีกโจทย์หนึ่งที่จะช่วยให้นักกีฬาไปถึงเส้นชัยได้ การมีนักออกแบบลูจและรางเลื่อนที่เป็นมืออาชีพจะทำให้ความอันตรายจากการเล่นลูจลดลงจนเปอร์เซ็นต์เกือบจะเป็นศูนย์

เส้นทางของลูจในเวทีกีฬาโลก

ต้องบอกว่าเวทีกีฬาโลก ลูจเป็นหนึ่งในกีฬาที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ และได้รับการบรรจุเข้าเป็นหนึ่งในชนิดกีฬาของโอลิมปิกฤดูหนาว ด้วยเสน่ห์ของการแข่งขันที่ตื่นเต้นและเร้าใจไม่แพ้มอเตอร์ไซค์ ทำให้คนดูถูกตรึงเอาไว้บนเก้าอี้ในขณะที่ทำการแข่งขันเลยก็ว่าได้

แม้ลูจ จะเป็นกีฬาที่คนไทยเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ไม่รู้จัก ซึ่งไม่น่าแปลกแต่อย่างใด เพราะโดยพื้นฐานแล้วประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ต่อให้มีคนหลงใหลในกีฬาลูจ การจะหาสถานที่สำหรับฝึกซ้อมก็เป็นไปได้ยากอยู่ดี สำหรับเรา ๆ ท่าน ๆ ที่ไม่มีสนามฝึกซ้อม แต่หลงใหลในเสน่ห์ของความเร็ว และเสน่ห์ของการท้าประลองความเป็นความตายบนรางเลื่อนน้ำแข็ง การเลือกชมกีฬาลูจในโทรทัศน์หรือถ่ายทอดสดทางอินเตอร์เน็ตก็นับเป็นความสนุกสนานและบันเทิงใจไม่แพ้กัน คุณจะลืมไปเลย ว่าคุณนั่งชมกีฬาเมืองหนาวชนิดนี้อยู่ในประเทศไทย…ประเทศแถบเส้นศูนย์สูตร

4 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเล่นสกีของคนไทย

เอ่ยถึงกีฬาเมืองหนาวอย่าง “สกี” คนไทยคงได้แต่นิ่วหน้า เพราะเป็นกีฬาที่คนเมืองร้อนไม่มีประสบการณ์สักเท่าไรนัก แต่ด้วยความที่ปัจจุบัน การเดินทางข้ามโลกเป็นเรื่องง่ายเสียยิ่งกว่าง่าย หากนึกอยากเล่นสกี ก็แค่จองตั๋วเครื่องบินโปรโมชั่นราคาถูก แล้วบินลัดฟ้าไปที่ญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ ก็ได้เล่นสกีแล้ว แต่สำหรับใครที่อยากเล่นสกี ควรหาความรู้เบื้องต้นก่อนเริ่มเล่นสกีน่าจะดีที่สุด เพราะบางครั้งอาจจะมีเรื่องที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับสกีก็เป็นได้

1.เครื่องแต่งกายสำหรับเล่นสกี ต้องหนาไว้ก่อน

หลาย ๆ คนเข้าใจว่าในเมื่อสกีเป็นกีฬาเมืองหนาว สภาพภูมิอากาศเป็นหิมะโดยรอบ ดังนั้นอุณหภูมิก็น่าจะต่ำกว่า 0 องศา เครื่องแต่งกายควรหนามากที่สุด แต่รู้หรือไม่ว่านั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด แม้เครื่องแต่งกายสำหรับเล่นสกีควรที่จะมีความหนา แต่ต้องเลือกแบบที่ระบายอากาศด้วย เพราะเมื่อยามที่เล่นสกีไปได้สักพัก ร่างกายจะเริ่มอุ่นขึ้นจนมีเหงื่อไหลออกมา การเลือกผ้าร่ม หรือเลือกเสื้อผ้าที่การระบายอากาศไม่ดี อาจจะส่งผลเสียในขณะที่เล่นสกีได้

2.ไม้สต็อกไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้

หากเราสังเกตดี ๆ จะพบว่าขณะที่เล่นสกี นักกีฬาจะมีไม้ค้ำยันเอาไว้ด้วยเพื่อช่วยในการประคองตัว ซึ่งแน่นอนว่ามือใหม่ทุกคน ไม่ควรละเลยอุปกรณ์กีฬาเมืองหนาวนี้เป็นอันขาด ไม้สต็อกที่ดีจะช่วยให้การทรงตัวหรือการไถลตัวของนักกีฬาเป็นไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย

3.เอเชียอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ราคาถูกที่สุด

หลาย ๆ คนคิดว่าหากต้องการเล่นสกีให้ประหยัดที่สุด ควรเลือกเล่นสกีในแถบทวีปเอเชีย อย่างเช่นญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ แต่แท้ที่จริงแล้วการเล่นสกีในทวีปเอเชีย อาจประหยัดแค่เพียงค่าเดินทางเท่านั้น ทว่าค่าครองชีพ ค่าเช่าโรงแรม และค่าจิปาถะอื่น ๆ ของญี่ปุ่น ราคาสูงกว่าการไปเล่นสกีในยุโรปเสียอีก ดังนั้นหากต้องการให้ทริปการเล่นสกีเป็นทริปที่ประทับใจที่สุด ควรพิจารณาทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก โรงแรม ค่าเช่าอุปกรณ์การเล่นสกี เป็นต้น

4.เกาหลีใต้กับการเล่นสกีที่หลาย ๆ คนคิดว่าดี

ส่วนใหญ่แล้ว คนที่มุ่งมั่นอยากลองเล่นสกีแต่ติดที่งบประมาณ อาจจะเลือกพิจารณาการไปเล่นสกีที่เกาหลีใต้ก่อนประเทศอื่น ด้วยเหตุผลของค่าเดินทาง ค่าตั๋วเครื่องบินและค่าครองชีพต่าง ๆ แต่หากว่าเป็นมือใหม่หัดเล่นสกี การไปเล่นสกีที่เกาหลีใต้อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเสมอไป เพราะที่นี่คุณภาพของหิมะไม่ดีเทียบเท่ากับญี่ปุ่นหรือยุโรป หิมะที่แข็งเกินไปอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้สำหรับมือใหม่

ความเข้าใจผิดสี่ข้อ ที่มือใหม่อยากเล่นสกีอาจไม่เคยรู้มาก่อน การจะเล่นกีฬาเมืองหนาวชนิดใดก็ตาม ควรศึกษาให้ถี่ถ้วนที่สุด เพราะโดยพื้นฐานคนไทยไม่มีความเชี่ยวชาญเรื่องกีฬาที่ต้องเล่นในสภาพอากาศหนาวเหน็บเท่าใดนัก แต่ไม่มีสิ่งใดยากเกินเรียน “เพราะความรู้ เรียนทันกันได้” การเล่นสกีแม้เป็นกีฬาฤดูหนาว แต่หากตั้งใจจริงก็สามารถพัฒนาฝีมือจนเล่นเก่งได้แน่นอน

สเกเลตัน กีฬาท้าความเร็วบนแผ่นน้ำแข็ง

กีฬาเมืองหนาวมีหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็มีความโดดเด่นแตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างกีฬาเมืองหนาวก็ได้แก่ กีฬาสโนว์บอร์ด สกี สเก็ตน้ำแข็ง แต่อย่างไรก็ดี กีฬาที่เรียกได้ว่าท้าความเร็ว ชวนให้ตื่นเต้นจนต้องกลั้นหายใจก็คงหนีไม่พ้นสเกเลตันนั่นเอง สเกเลตัน จะท้าความเร็ว เฉียดองศาความแรงอย่างไรกันแน่ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่คนรักกีฬาเมืองหนาวทุกคนควรรู้

สเกเลตัน ความสนุกท้าตาย

หากบอกว่าสเกเลตันเป็นกีฬาเมืองหนาวท้าตายก็คงไม่ผิดสักเท่าใดนัก เพราะว่าสเกเลตันเป็นกีฬาของการท้าความเร็ว นักกีฬาที่ลงแข่งขันจะมีเลื่อนประจำตัวซึ่งเป็นแผ่นกระดานสำหรับเลื่อนไถลไปบนน้ำแข็งโดยเฉพาะ และเมื่อได้รับสัญญาณว่าเริ่มการแข่งขันได้ นักกีฬาจะไม่ได้เลื่อนไปด้วยแผ่นกระดานนี้ แต่จะวิ่งโดยใช้มือจับเลื่อนก่อน จากนั้นเมื่อได้ความเร็วสักพักจะเหวี่ยงตัวเองขึ้นไปบนกระดานเลื่อนนั้นและไถลไปบนเส้นทางสายน้ำแข็ง การเหวี่ยงตัวเอง ต้องอาศัยความชำนาญอย่างมาก ที่สำคัญต้องมีความแม่นยำพอสมควร เพราะความเร็วและความลื่นของพื้นน้ำแข็ง อาจจะทำให้กะจังหวะผิดพลาด จนเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่จะเห็นนักกีฬาสเกเลตันทุกคน มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายหลายต่อหลายอย่าง ทั้งรองเท้าที่เหมาะสม หมวกกันน็อคที่พอดีกับศีรษะ และการแต่งกายที่รัดกุมสามารถป้องกันความหนาวเหน็บของพื้นน้ำแข็งได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อับ ระบายยาก จนทำให้เกิดการอึดอัดในขณะที่เล่นกีฬาชนิดนี้ ซึ่งการแต่งกายก็ล้วนแล้วแต่เพื่อความปลอดภัยทั้งสิ้น เพราะว่าหนทางในการแข่งขัน มีทั้งทางโค้ง ทางเรียบ แต่ในขณะเดียวกันก็ไหลไปตามแรงโน้มถ่วงของพื้นโลก และในยามที่เข้าโค้งก็ใช้ความเร็วสูง ชนิดที่ว่าคนดูแทบจะลืมหายใจและลุ้นไปกับนักกีฬา

สเกเลตันกับลูจ ความเหมือนในความแตกต่าง

หากดูเผิน ๆ ทั้งสเกเลตันกับลูจมีความคล้ายคลึงกันพอสมควร คือการเป็นกีฬาฤดูหนาว แต่แตกต่างกันที่ลูจจะเริ่มต้นด้วยการนั่งบนพื้นเลื่อนไปเลยตั้งแต่ตอนเริ่มต้น และเมื่อออกตัวแล้ว นักกีฬาจะนอนหงายท้าความเร็ว ในขณะที่สเกเลตันจะเริ่มต้นด้วยการวิ่งไปพร้อมกับเลื่อน และค่อยเหวี่ยงตัวขึ้นไปบนเลื่อนเมื่อได้ความเร็วระดับหนึ่งแล้ว อีกทั้งในตอนที่กำลังแข่งขัน นักกีฬาสเกเลตันจะนอนคว่ำ ผิดกับลูจที่นอนหงาย

 เมืองไทยกับกีฬาสเกเลตัน แม้ดูเผิน ๆ อาจจะห่างไกลกันมาก แต่อย่างไรก็ดี ในฐานะผู้ชมก็มีสิทธิ์ที่จะดูกีฬานี้ให้สนุกได้ ส่วนเรื่องของนักกีฬาที่แข่งขันสเกเลตันก็ต้องปล่อยให้นักกีฬาจากประเทศเขตหนาวคว้าชัยกันไป ด้วยข้อได้เปรียบทางสภาพอากาศและสภาพภูมิประเทศนั่นเอง แต่ไม่แน่ว่าในอนาคต หากประเทศไทยมีการสร้างสนามสเกเลตัน เราอาจมีสิทธิ์ได้เห็นตัวแทนนักกีฬาชาวไทย ไปโดดเด่นอยู่บนเวทีกีฬาสเกเลตัน คว้าชัยชิงแชมป์เอารางวัลกลับมาให้คนไทยปลาบปลื้มใจก็เป็นได้ เพราะคนไทย หากตั้งใจทำอะไรแล้วก็สำเร็จได้ด้วยความเพียร

เคอร์ลิง เปตองเมืองหนาว ที่ยังไม่โด่งดังในประเทศไทย

หากเอ่ยชื่อกีฬาเปตอง หลาย ๆ คนคงคุ้นหูกันดีอยู่แล้ว เพราะกีฬาเปตอง เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยอย่างมาก โดดเด่นด้วยการเป็นกีฬาที่ใช้สมาธิ และต้องพยายามให้เข้าใกล้จุดศูนย์กลางหรือเป้าหมายมากที่สุด แม้ว่าการเล่นเคอร์ลิงในประเทศไทยจะไม่แพร่หลายเลย ด้วยสภาพอากาศและสภาพภูมิประเทศที่ไม่อำนวย แต่กีฬาชนิดนี้ก็ดูสนุกและตื่นเต้นไม่แพ้การเล่นกีฬาชนิดอื่น ๆ มาทำความรู้จักเคอร์ลิง…กีฬาเมืองหนาว ที่คนเมืองร้อนก็ดูสนุกกันเถอะ

เคอร์ลิง กีฬาที่ใช้หลักฟิสิกส์มากกว่าที่คิด

หากเราดูในคลิปวิดิโอการแข่งขันเคอร์ลิง สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือสถานที่แข่งขันจะเป็นสนามที่ฉาบหน้าด้วยน้ำแข็ง และใช้ไม้ในการเล่นเป็นหลัก ก่อนอื่นเราจะเห็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นก้อนแกรนิตรูปกลม ๆ ซึ่งนักกีฬาจะต้องผลักและดันให้ก้อนหินหรือที่เรียกกันว่า “Stone” เข้าไปใกล้เป้าหมายที่เรียกว่า “Home” ที่สุด ซึ่งอีกอุปกรณ์หนึ่ง ที่คุณแม่บ้านเห็นแล้ว คงอยากให้นักกีฬาเคอร์ลิง มาช่วยถูบ้านให้ เพราะว่าอุปกรณ์ที่นักกีฬาใช้จะเหมือนไม้ถูพื้น ที่ถูน้ำแข็งรอบ ๆ “Stone” แต่ละรอบของการแข่งขัน แต่ละทีมจะมี “Stone” คนละ 8 ก้อน โดยหากครบรอบแล้ว “Stone” ของทีมไหนเข้าใกล้กับ “Home” มากที่สุดก็จะได้หนึ่งคะแนน ซึ่งหากดูแล้ว ศาสตร์ของกีฬาเมืองหนาวชนิดนี้ ที่ต้องเชี่ยวชาญให้มากที่สุดก็คือวิชาฟิสิกส์ บวกกับการวางแผนให้ “Stone” เข้าใกล้ “Home” ก็เปรียบได้กับการวางแผนรบเลยทีเดียว

รู้หรือไม่ ก่อนหน้านี้เคอร์ลิงเคยถูกถอดออกจากกีฬาโอลิมปิกด้วย

เคอร์ลิง เป็นหนึ่งในกีฬาของโอลิมปิกฤดูหนาว โดยเริ่มต้นแข่งขันในปี ค.ศ. 1924 หลังจากนั้นได้ถูกนำออกจากโอลิมปิกฤดูหนาวไป แต่ทว่าต่อมา ก็ได้มีการนำมาบรรจุเป็นหนึ่งในกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวอีก และจนในที่สุดโอลิมปิกฤดูหนาวที่ประเทศเกาหลีใต้ครั้งล่าสุด ก็ได้มีกีฬาเคอร์ลิงเป็นหนึ่งในกีฬาที่ทำการแข่งขัน

เส้นทางนักกีฬาไทย กับกีฬาเคอร์ลิง

เป็นที่น่าเสียดายว่ากีฬาเคอร์ลิงยังไม่แพร่หลายในไทยสักเท่าไรนัก จากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่ประเทศเกาหลีใต้ครั้งที่ผ่านมา ไทยเองก็ไม่ได้ส่งนักกีฬาเคอร์ลิงเข้าร่วมการแข่งขัน กีฬาเคอร์ลิงจึงเปรียบเสมือนเส้นทางยาวไกลของประเทศไทย แต่อย่างไรก็ดี ในอนาคตหากภาครัฐให้การสนับสนุน กีฬาเคอร์ลิงก็น่าจะได้รับความนิยมในการเล่นไม่แพ้ฮอกกี้น้ำแข็งเช่นกัน

กีฬาเมืองหนาว แม้เป็นเรื่องไกลตัวของคนไทย ด้วยสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย แต่หากตั้งใจศึกษา ก็สามารถเก่งได้ไม่แพ้ใครในโลก กีฬาเคอร์ลิงก็เช่นกัน มองเผิน ๆ เป็นสิ่งที่คนไทยยังไม่รู้จัก แต่หากคนไทยลองพินิจพิเคราะห์กันให้ดีแล้ว ก็ไม่ต่างจากเปตองสักเท่าไรนัก อีกทั้งยังใช้ศาสตร์ของฟิสิกส์ แรงโน้มถ่วง กฎของการเคลื่อนที่ไม่แตกต่างกันอีกด้วย จะดีกว่าไหม หากเราลองเปิดใจให้กับกีฬาฤดูหนาว อย่างกีฬาเคอร์ลิง…ตั้งแต่วันนี้